แฟ้มประวัติFon: Wisdom shall lead t...รูปถ่ายบล็อกรายการ เครื่องมือ วิธีใช้

บล็อก


01 กุมภาพันธ์

ชุดสำหรับยามฉุกเฉิน

เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดภัยแผ่นดินไหวอยู่บ่อย ๆ ก็เลยมีชุดสำหรับยามฉุกเฉินขายสำเร็จรูป
 
 
เท่าที่รู้มาก็มีหลายแบบนะ บางอันมีหมวกนิรภัยด้วย แต่ชุดนี้ที่ได้มาก็มีของข้างในดังรูป
 
 
ก็มีของนอกเหนือความคาดหมายบ้างเช่นถุงขยะ ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอามาทำอะไรดี นอกนั้นก็ของทั่ว ๆ ไปที่น่าจะจำเป็นเช่นแก้วน้ำ ทิชชู่ พลาสเตอร์ ไฟฉาย มีดพับ ไฟแช็ค ฯลฯ มีเสื้อกันฝนด้วย
 
แต่ของที่น่าสนใจคืออันนี้ต่างหาก
 
 
 
มีรหัสมอสด้วย แต่ยังไม่น่าสนใจเท่าพวงกุญแจสีเงินด้านขวา
 
 
ลองแกะออกมาดู มีกระดาษม้วนอยู่ข้างใน
  
 
 
มันคือกระดาษไว้เขียนข้อมูลส่วนตัวนั่นเอง (กะว่าจะได้รู้ได้ว่านี่เป็นใคร)
 
ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีโอกาสได้ใช้ชุดนี้จริง ๆ นะ เก็บไว้เผื่อเฉย ๆ พอแล้ว
29 มกราคม

Lego 50th anniversary

วันนี้เปิดกูเกิ้ลมาเสิร์ชแล้วเจอไอคอนรูปนี้


ก็เลยได้รู้ว่าเลโก้นั้นครบรอบ 50 ปีแล้ว



จากเว็บของเลโก้ ทำให้รู้ว่าคำว่าเลโก้ มาจากการผสมคำในภาษาเดนมาร์ค ระหว่าง “LEg” กับ “GOdt” ซึ่งมีความหมายว่า play well
และยังได้รู้อีกว่า แต่ละชิ้นของเลโก้ ถูกหล่อมาจากแบบที่มีความคลาดเคลื่อน (tolerance) ไม่เกิน 1 ไมโครเมตรเท่านั้น ทำให้เลโก้แต่ละชิ้นต่อกันได้สนิท

ว่าแล้วก็อยากไปซื้อเลโก้มาต่อเล่นซักกล่องนึง

08 มิถุนายน

Performance = Ability x Motivation

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มีความสามารถกันไม่มากก็น้อย แต่จะทำงานได้ดีแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับแรงจูงใจเสียมากกว่า และแรงจูงใจไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปของเงินเสมอไป
 
จะซื้อใจใครต้องใช้ใจซื้อ...
05 พฤษภาคม

ระวังมิจฉาชีพ: คุณเป็นผู้ถูกรางวัล 60,000 บาท

เมื่อกี้นี้เอง (สิบโมงครึ่งได้) นั่งเล่นเน็ตดี ๆ ก็มีโทรศัพท์ไม่โชว์เบอร์ด้วย รับมาก็เป็นเสียงข้อความอัตโนมัติบอกว่ามาจากบริษัท SM International บอกว่าคุณได้รับรางวัล 60,000 บาท ให้กด 9 เพื่อติดต่อพนักงาน เราก็เลยกดเก้าดู
 
เรื่องของเรื่องก็คือ เมื่อวันเสาร์ที่แล้วเอง เราเพิ่งอ่านหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ (ข่าวนี้เลย ATM TRICKSTER TAKES 'WINNINGS') เกี่ยวกับว่ามีคนโดนหลอกว่าได้รับเงินรางวัล 60,000 บาท (เท่ากันเป๊ะ ๆ) แล้วก็โดนหลอกให้ไปโอนเงินให้เค้าแทน
 
กลับมาเรื่องโทรศัพท์ต่อ พอรอสายสักพักก็มีพนักงานผู้หญิงพูด ดูอายุซัก 30-40 ได้ คือไม่ใช่เสียงใส ๆ แบบพนักงานตอบรับทั่วไปอะนะ เค้าก็บอกว่าคุณได้รับรางวัล แต่ต้องแจ้งรายละเอียดของคุณก่อน เราก็เอะใจ อะไรเนี่ย เราเป็นคนได้รับรางวัล แต่กลับไม่มีชื่อเราอะนะ เค้าก็พยายามจะถามชื่อเรา ตอนนั้นเราก็เอ จะบอกชื่ออะไรไปดีกว่า คิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่า ใจนึงก็อยากจะโกหกชื่อแล้วดูว่าเค้าจะเล่นยังไงต่อไปอะนะ แต่อีกใจนึงก็ไม่อยากโกหกอะ สุดท้ายก็เลยวางหูไป
 
แล้วก็เลยมาเสิร์ชในเน็ตดู ก็เจอกระทู้เตือนเกี่ยวกับมิจฉาชีพนี้แหละ ก็เลยอยากจะเอามาบอกเพื่อน ๆ ให้ระวังตัวกันไว้
 
 
ปล. ไม่รู้ว่าข่าวนี้ลงในหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นหรือเปล่านะ แต่ข่าวนี้ลงหนังสือพิมพ์ The Bangkok Post หน้าหนึ่งเลยน่ะ
ก็แค่คิดเล่น ๆ ว่าถ้าหนังสือพิมพ์หัวสีทั้งหลายจะเอาข่าวนี้ไปลงหน้าหนึ่งบ้าง แทนที่ข่าววัตถุบูชา ข่าวคนฆ่าตัวตาย ข่าวเลขเด็ดหวย ฯลฯ ก็คงจะช่วยป้องกันไม่ให้คนถูกหลอกได้มากกว่านี้เยอะเลยทีเดียว
25 กุมภาพันธ์

เสียงของสัตว์ต่าง ๆ


เอามาจาก www.japanesepod101.com เป็นเสียงสัตว์ต่าง ๆ ในภาษาญี่ปุ่น เห็นว่าน่ารักดีเลยเอามาลง

ประทับใจเสียงกบเนี่ยแหละ เพิ่งรู้ว่าทำไมตัวเคโระของซันริโอถึงต้องชื่อ keropi

แมว   猫 (ねこ)      にゃー          nya-        meow                 
กา     烏(からす)     カーカー        ka-ka-     caw
วัว     牛               モー             mo-         moo
สุนัข  犬                ワンワン        wanwan    woof, bow wow
แกะ   羊 (ひつじ)   メー             me-         baaah
ลิง     猿 (さる)     キーキーウキー ki-ki-uki-   ou ou
กบ    蛙 (かえる)   けろけろ        kerokero    ribbit
เป็ด   アヒル            ガーガー       ga-ga-       quack quack
ช้าง   像 (ぞう)      パオーン        paoon
ม้า    馬                イヒヒイン      ihihiin          neigh
หนู    鼠 (ねずみ)   チュウチュウ   chu-chu-     squeak
หมู    豚 (ぶた)      ブウブウ       bu-bu-        oink oink
ไก่    鶏 (にわとり)   コケコッコ      kokekokko   cock-a-doodle-doo
ลูกไก่ 雛 (ひよこ)     ピヨピヨ        piyo piyo     peep peep         

25 มกราคม

ทำไมเพนกวินต้องสีขาวกับดำ

ไม่ได้มาอัปบล็อกเสียนาน เผอิญไปค้นข้อมูลเกี่ยวกับเพนกวินมา เลยได้ความรู้ใหม่ว่า ทำไมเพนกวินถึงต้องท้องสีขาวและหลังสีดำ
 
วิกิพีเดียว่าไว้ว่า เพราะเวลาเพนกวินว่ายน้ำ สีดำของเพนกวินจะกลืนกับน้ำทะเล สัตว์ที่อยู่ด้านบนจะมองลงไปไม่เห็น ในขณะเดียวกัน สัตว์ที่อยู่ด้านล่างก็จะเห็นสีขาวของท้องเพนกวินกลืนไปกับสีท้องฟ้า
 
ก็เป็นวิวัฒนาการของเพนกวินที่น่าสนใจดีเลยเก็บมาฝากกัน
20 สิงหาคม

หนังสือแนะนำ

หลังจากอ่านบล็อกของนกที่เขียนแนะนำหนังสือของดังตฤณให้อ่าน เราก็เลยลองไปหาอ่านดู เพราะคุ้น ๆ ว่าเคยอ่านผลงานของเค้ามาแล้วเรื่องหนึ่ง
นกก็แนะนำให้อ่านเรื่องกรรมพยากรณ์ ตอนชนะกรรม แต่ว่าตอนนั้นที่เราเข้าเว็บไปดู ลิงค์ของเรื่องนี้มันเสียอยู่ ก็เลยได้ไปอ่านอีกเรื่องชื่อ ทางนฤพาน แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็เป็นนิยายที่อ่านแล้วได้คิดดีจริง ๆ อยากจะแนะนำต่อให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันนะ
 
ปล. อยากขอบคุณนกด้วยที่แนะนำหนังสือดี ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน
03 สิงหาคม

คิดนอกกรอบ

ช่วงหลัง ๆ ได้ยินคำนี้บ่อย แต่เคยคิดบ้างหรือเปล่าว่าทำไมต้องคิด"นอกกรอบ"ด้วย รูปข้างล่างนี้สื่อถึงแนวคิด"นอกกรอบ"ได้ดีทีเดียว
 
 
 
ถ้าแค่เห็นรูปยังนึกเกมนี้ไม่ออก กติกาบอกว่าให้ลากเส้นตรง 4 เส้นโดยไม่ยกปากกาผ่านจุดทั้ง 9 จุดให้ได้
 
ลองเล่นดูแล้วก็จะเข้าใจว่าทำไมต้องคิด"นอกกรอบ"
 
01 สิงหาคม

มองไปไกลที่ดวงดาวสุดขอบฟ้าไกล [2]

ตลายเครียดกันหน่อยดีกว่า จะว่าไปสมัยเด็ก ๆ เราชอบดูดาวนะ แต่ตอนนี้ความรู้เรื่องดาวก็ไม่เหลือแล้ว ดูเป็นแต่ดาวไถ (เพราะว่าเป็นดาวสามดวงเรียงกัน สังเกตได้ง่าย) และถ้าจำไม่ผิด ดาวไถสามดวงนี้จะชี้ไปยังดาวซิริอุส ซึ่งเป็นดาวที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้า
 
แต่เรื่องของการดูกลุ่มดาวให้เป็นรูปต่าง ๆ ต้องใช้จินตนาการสูงทีเดียว แต่ละชนชาติก็เห็นกลุ่มดาวเป็นรูปต่าง ๆ กัน อย่างดาวไถที่คนไทยเรามองเห็น ฝรั่งไปเรียกว่าเป็นเข็มขัดนายพราน รอบ ๆ ดาวไถจะมีดาวสี่ดวงเรียงเป็นสี่เหลี่ยม คนไทยเรียกว่าดาวเต่า แต่ฝรั่งกับเห็น(รวมกับดาวอื่น ๆ) ว่าเป็นกลุ่มดาวนายพรานไปซะนี่
 
พยายามดูให้เป็นนายพรานละกันนะ 

 
เวลาดูดาวจริง ๆ แล้วเรากำลังมองภาพในอดีตอยู่ เพราะกว่าแสงจะเดินทางมาถึงโลกเราก็ใช้เวลานานโขอยู่ (ไม่นับดาวเคราะห์ในระบบสุริยะเรา) ยกตัวอย่างดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกที่สุด(ยกเว้นดวงอาทิตย์) คือดาว Proxima Centauri ซึ่งอยู่ห่างจากโลกเรา 4.2 ปีแสง (ปีแสงเป็นหน่วยของระยะทาง ไม่ใช่เวลา) ก็หมายความว่ากว่าแสงจากดาว Proxima Centauri จะมาถึงโลกเราก็ต้องใช้เวลา 4.2 ปี
 
เพราะฉะนั้นภาพที่เราเห็นจึงเป็นภาพเมื่อ 4.2 ปีที่แล้ว ยิ่งดาวฤกษ์ดวงอื่น ๆ ที่อยู่ไกลออกไป เราก็กำลังมองดูอดีตของมันนานออกไปเท่านั้น
 
นี่ก็เป็นที่มาก็นิยายวิทยาศาสตร์มากมาย เพราะถ้าเราเดินทางได้เร็วกว่าแสงเมื่อไหร่ เราก็จะสามารถเห็นภาพในอดีตของตัวเองได้ คิดง่าย ๆ ว่า ณ เวลาเริ่มต้นเราอยู่ที่จุด A ถ้าเราวิ่งได้เร็วกว่าแสงไปถึงจุด B แล้วมองย้อนกลับมาจุด A ก็จะทันเห็นแสงที่เดินทางมาจากจุด A มาเข้าตาเรา(ก็คือเห็นภาพตัวเราตอนที่ยืนอยู่ที่จุด A) ซึ่งก็คือเรากำลังมองภาพในอดีตของตัวเรานั่นเอง
 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์บอกไว้ว่าไม่มีสิ่งใดสามารถเดินทางได้ด้วยความเร็วมากกว่าแสง(แต่ไม่รู้ว่าพวกอนุภาคมูลฐานจะทำได้หรือเปล่านะ) เรื่องนี้ก็ยังคงเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ต่อไป...
31 กรกฎาคม

มองไปไกลที่ดวงดาวสุดขอบฟ้าไกล

ได้เมลอันนี้มานานแล้ว แต่เพิ่งได้รายละเอียดเพิ่มเติมจากบอร์ดเดคเคด
 
ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเรา
 
 
 
ชอบรูปนี้ดูสวยกว่า แต่ขนาดไม่ได้สัดส่วนจริง
 
 
เทียบขนาดกับดวงอาทิตย์
 
ดวงอาทิตย์ของเราเทียบไม่ได้เลยกับดาวฤกษ์ขนาดใหญ่
 
แต่อันนี้ใหญ่สุด ๆ
 
 
เห็นดาว Antares ใหญ่ขนาดนี้ แต่จุดจบของมันไม่ได้สวยหรูหรอกนะ ดาวฤกษ์ยิ่งขนาดใหญ่เท่าไหร่อย่างดาว Antares นี้ ที่ใจกลางของมันกำลังเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ทำให้มันขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อก๊าซที่มีถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานหมดแล้ว แรงดึงดูดภายในตัวมันเองจะชนะ ทำให้เกิดการยุบตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งคือปรากฏการณ์ซูเปอร์โนวานั่นเอง ซากที่เหลือของดาวฤกษ์นี้หลังจากการเกิดซูเปอร์โนวาจะเหลือเพียงดาวนิวตรอนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงประมาณ 10 กิโลเมตร
 
เวลาดูดาวมักเป็นเวลาที่มีความสุข เป็นเวลาที่ความคิดปล่อยวางจากเรื่องรอบตัว...
 
อ้างอิง
 
แก้ไข 20 ส.ค. 49
20 กรกฎาคม

บัตรรถไฟใต้ดิน : RFID

เพิ่งเห็นข่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่าบัตรโดยสารของรถไฟฟ้าจะปรับปรุงให้ใช้แบบของรถไฟใต้ดินได้ (ก็คือจะให้ใช้บัตร RFID ได้น่ะแหละ)
 
จะว่าไป RFID (ย่อมาจาก Radio Frequency Identification) ก็ใช้งานสะดวกมากกว่าบัตรรถไฟฟ้าเดิม คุณสมบัติที่สำคัญของ RFID ก็คือการสื่อสารระหว่างบัตรและเครื่องด้วยคลื่นวิทยุ ทำให้ไม่ต้องสอดบัตรเวลาจะผ่านประตู (ภาษาอังกฤษใช้ศัพท์ว่า contactless) ซึ่งทำให้ลดเวลาในการเดินผ่านเครื่องตรวจตั๋ว
 
เราก็เอามาคิดต่อไปว่า ถ้าใช้บัตรใบเดียวจ่ายค่าโดยสารของระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ กันได้ก็คงจะดี เราหมายถึงว่าอยากให้รถเมล์รับบัตรนี้ด้วย แทนการเก็บเงินซึ่งออกจะวุ่นวาย ไหนจะต้องเตรียมเหรียญเวลาจะขึ้นรถเมล์ ไหนจะทอนเงินอีก แต่เราก็ไม่รู้ว่าระบบรถเมล์ของกรุงเทพฯ เป็นยังไง เพราะว่ามีหลายบริษัท
 
อย่างที่ฮ่องกง เค้าใช้บัตร RFID ใบเดียวแทนเงินสดทำได้เยอะมาก ขึ้นรถเมล์ ลงรถไฟใต้ดิน ซื้อของในเซเว่น จริง ๆ เราก็ได้ไอเดียวิธีการใช้บัตร RFID จากคนฮ่องกงแหละ เพราะบัตรเค้าออกแบบมาให้สื่อสารได้แม้ระยะระหว่างบัตรกับเครื่องอ่านจะไกลได้เกือบ 10 cm (จำตัวเลขจริง ๆ ไม่ได้อะ) เพราะเห็นคนที่นู่นใส่บัตรไว้ในกระเป๋าถือ ถึงเวลาก็ยกทั้งกระเป๋าทาบกับตัวเครื่องอ่าน ไม่จำเป็นต้องหยิบบัตรออกมาจากกระเป๋า
 
กลับมาเรื่องกรุงเทพฯ ต่อ คงจะอีกซักพักกว่าจะเปลี่ยนระบบให้รถเมล์รับบัตร RFID ได้ แต่ก็อะนะ ถ้ามีเครื่องนี้ขึ้นมาบนรถเมล์จริง ๆ คงมีคนต้องหางานใหม่อีกมากมาย
 
แก้ไข 20 ส.ค. 49
30 มิถุนายน

ไปโรงพยาบาล

เมื่อวานไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนเพื่อนมา ประสบการณ์ที่ได้รับไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ ไปถึงโรงบาลตอน 2 ทุ่มกว่า กว่าจะต้องลงทะเบียน ซักประวัติ แล้วก็ไปนั่งรอ... (เค้าคงเห็นว่าไม่ได้อาการแย่มากเท่าไหร่มั้ง)

มีเพื่อนอีกคนมาบอกว่า ที่เนี่ย รอไปเถอะ เคยมีคนโดนคัตเตอร์บาดมือ ขนาดเลือดไหลอยู่ก็ยังต้องนั่งรอเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะได้เจอหมอ เอาเป็นว่ารอจนเลือดมันหยุดไหลอะ

ส่วนอีกคนโดนผึ้งต่อย ก็ต้องรอเหมือนกัน รอจนแผลมันหายบวมเลย - -"

อืม ก็เป็นโรงพยาบาลของรัฐอะนะ แต่เรารู้สึกว่าเป็นเมืองไทยยังจะดีกว่านี้เลย ที่นี่อาจจะมีอุปกรณ์พร้อมพอสมควร(เพราะเป็นเมืองใหญ่) แต่ทำไมต้องรอนานก็ไม่รู้

แต่ประสบการณ์พวกนี้ก็ทำให้เรารู้ว่าการอยู่ในเมืองใหญ่ ๆ ก็จะดีกว่าตรงที่มีอุปกรณ์การรักษาพยาบาลพร้อมกว่าอะนะ ตอนเด็ก ๆ เราเคยมีอุบัติเหตุ(นิดนึง)ที่ต่างจังหวัด ไปหาหมอที่นั่นแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ แค่ห้ามเลือดไว้ สุดท้ายต้องรีบกลับมาหาหมอที่กรุงเทพฯ อยู่ดี

กลับมาเรื่องเมื่อวานต่อ แอบไปเห็นอุปกรณ์ของบุรุษพยาบาลดูแปลกดี (ไปแอบขอเค้ามา 555) ไม่รู้ตอนนี้ที่เมืองไทยมีใช้หรือยัง หน้าตามันก็เป็นแบบนี้

 

อันเล็ก ๆ บาง ๆ อะ สั้นกว่าปากกาอีก

ดูใกล้ ๆ ว่ามันคืออะไร (รูปเบลอไปหน่อยแหะ ๆ)

 

มันคือเทอร์โมมิเตอร์แบบใช้แล้วทิ้งนั่นเอง วิธีใช้ก็อมไว้ใต้ลิ้นซักพัก แต่อยากรู้จังว่ามันเซนเซอร์อุณหภูมิยังไง ใครมีไอเดียมั่ง

18 มิถุนายน

แก้ไข: ภูฏาน อ่านว่า พู-ตาน

 
การเขียนและอ่านชื่อ ประเทศภูฏาน
 
         จากกรณีที่มีผู้สอบถามมายังราชบัณฑิตยสถานเกี่ยวกับเรื่อง ความสับสนในการเขียนและการอ่านออกเสียงชื่อประเทศ Bhutan ว่าที่ถูกต้องเขียนและอ่านอย่างไรนั้น ราชบัณฑิตยสถานขอชี้แจงว่า การเขียนชื่อประเทศ Bhutan ดังกล่าว ที่ถูกต้องเป็นทางการให้ใช้ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี และ ประกาศราชบัณฑิตยสถาน เรื่อง กำหนดชื่อประเทศ ดินแดน เขตการปกครอง และเมืองหลวง (ฉบับแก้ไขปรับปรุง, พิมพ์ครั้งที่ ๒ : ๒๕๔๕) คือ

                    Bhutan   :       Kingdom of Bhutan
                    ภูฏาน       :       ราชอาณาจักรภูฏาน
ซึ่งคำว่า        ภูฏาน        อ่านว่า   พู–ตาน

          ทั้งนี้ การกำหนดให้ใช้ชื่อประเทศ Bhutan ว่า ภูฏาน มีมาตั้งแต่การจัดพิมพ์เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี และ ประกาศราชบัณฑิตยสถาน เรื่อง กำหนดชื่อประเทศ ดินแดน เขตการปกครอง และเมืองหลวง มหาสมุทร ทะเล และเกาะ ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ และได้จัดพิมพ์ซ้ำมาหลายครั้งจนถึงการพิมพ์ใน พ.ศ. ๒๕๔๕
 
          การกำหนดการเขียนชื่อประเทศ Bhutan ว่าจะใช้อย่างไรนั้น ราชบัณฑิตยสถานได้ยึดตามการถ่ายเสียงจากอักษรเทวนาครีที่ประเทศภูฏานใช้ ซึ่งการถ่ายเสียงจากอักษรเทวนาครีมาเป็นอักษรโรมัน เขียนได้ว่า Bhūtฺān [Bh = ภ,  ū = –ู ,  tฺ = ฏ,  ā = –า,  n = น]  แต่ในการพิมพ์มักไม่เคร่งครัดในการใช้เครื่องหมายพิเศษ 

          ราชบัณฑิตยสถานจึงขอแจ้งให้เข้าใจและใช้เป็นระเบียบเดียวกันว่า  ชื่อประเทศ Bhutan ที่เขียนอย่างถูกต้องเป็นทางการคือ ภูฏาน ซึ่งอ่านว่า พู–ตาน.
 
 

 
สำหรับใครที่ไม่เคยเข้าเว็บของราชบัณฑิตยสถาน ก็ขอแนะนำให้เข้าไปเยี่ยมชมดู มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย หากมีข้อสงสัยก็สามารถโพสต์ถามในเว็บบอร์ดได้
 
สำหรับเว็บราชบัณฑิตยสถานมีข้อจำกัดว่าต้องใช้ IE เข้าไปน่ะ (ไม่รองรับ Firefox)
15 มิถุนายน

มารู้จักราชอาณาจักรภูฏานกัน

สืบเนื่องจากกระแสความนิยมที่มีต่อเจ้าชายภูฏาน อันเป็นควันหลงมาจากพระราชพิธีในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ทำให้เพื่อน ๆ เราแอบกรี๊ดและเกิดอยากไปเที่ยวภูฏานกันหลายคน  เรามารู้จักประเทศภูฏานกันเถอะ
 
ราชอาณาจักรภูฏาน    (สังเกตว่าพยัญชนะต้นเป็นตัว ฏ.ปฏัก แต่ว่าออกเสียง "ถาน" แฮะ)
                                 แก้ไข 18 มิ.ย. 49 : อ่านว่า พู-ตาน
Kingdom of Bhutan

อาณาเขต ประเทศภูฏานมีอาณาเขตทิศเหนือติดกับทิเบต (ในแผนที่เขียนว่า China เนื่องจากจีนอ้างว่าทิเบตเป็นของจีน) อาณาเขตด้านอื่น ๆ ติดกับอินเดีย เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเล

พื้นที่ 47,000 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 2 เท่ากว่า ๆ ของจังหวัดนครราชสีมาน่ะ หรือถ้าเทียบกับประเทศไทยทั้งประเทศ ไทยใหญ่กว่าเกือบ ๆ 11 เท่า)

ประชากร 752,693 คน
 
เมืองหลวง กรุงทิมพู (Thimphu)
 
ภาษา ซองข่า (Dzongkha) เป็นภาษาราชการ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในสถาบันการศึกษาและในการติดต่อ
 
ศาสนา ศาสนาพุทธมหายาน นิกาย Kagyupa (มีลามะเช่นเดียวกับทิเบต) ร้อยละ 75 (ส่วนใหญ่เป็นชนชาติ Sharchops และ Ngalops) และศาสนาฮินดูร้อยละ 25 (ส่วนใหญ่เป็นชนชาติ Lhotshams)
 
สกุลเงิน  งุลตรัม (Ngultrum)
อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท = 1.1922 NU (15 มิ.ย. 49)
 
ระบบการปกครอง ปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทรงเป็นทั้งประมุขของรัฐและหัวหน้ารัฐบาล
(ภูฏานไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตก)
 
ประมุข ประมุขของประเทศองค์ปัจจุบันคือ สมเด็จพระราชาธิบจิกมี ซิงเย วังชุก (Jigme Singye Wangchuck) ขึ้นครองราชย์สมบัติเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2515 (ค.ศ.1972) เป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์ Wangchuck
 
ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2548 ซึ่งเป็นวันชาติของภูฏาน พระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก ได้ประกาศเปลี่ยนแปลง การปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ และประกาศจะสละราชบัลลังก์ให้กับมกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก (Jigme Khesar Namgyal Wangchuck ) ในปี 2551
 
 
ขี้เกียจตัดรูปอะ แหะ ๆ เอาไปทั้งอย่างนี้ละกัน
 
ข้อมูลข้างบนอาจไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ ดูอันนี้ดีกว่า
1. มีศักยภาพที่ดีในด้านการท่องเที่ยว
2. สนใจให้ไทยเข้าไปประมูลงานการสร้างถนน สาธารณูปโภค และสินค้าไทยได้รับความนิยมมากในภูฏาน
3. ชาวภูฏานมีทัศนคติที่ดีกับไทย นิยมเดินทางมาไทยเพื่อจับจ่าย รักษาตัวและศึกษาในไทย
4. มีพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจเช่นเดียวกับไทย
 
เอาแค่ข้อแรกก็พอ สรุปแล้ว เราไปเที่ยวภูฏานกันเถอะ 
 
แถมด้วยรูปสุดท้าย ใครไม่ปลื้มพระองค์ก็แย่แล้ว
 
 
16 พฤษภาคม

AUT strike in UK

จะเล่าว่าตอนนี้ที่อังกฤษมี strike ของอาจารย์ในมหาลัยอะ จริง ๆ ก็ไม่ได้สไตรค์กันทุกคน เฉพาะคนที่เป็นสมาชิกของ AUT กับ Natfhe (อารมณ์สมาคมของอาจารย์ระดับมหาวิทยาลัยน่ะ แต่เป็นองค์กรระดับประเทศ)
 
ว่าแต่ว่าเค้าสไตรค์อะไรกันเหรอ เค้าก็ยังมาสอนกันปกตินะ แต่ว่าจะไม่มีการสอบหรือตรวจงานใด ๆ ทั้งสิ้น เริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม คืออาจารย์ที่สอนเราวิชานึงเป็นสมาชิกของ AUT ทำให้วิชานี้เราไม่มีสอบย่อย (20% หายไป)
 
การประท้วงก็ยังดำเนินมาเรื่อย ๆ โชคดีที่สอบใหญ่เนี่ย ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้ว (ก่อนเค้าจะเริ่มประท้วง) ก็เลยมีสอบใหญ่ (เพิ่งไปสอบมาเมื่อกี้เนี่ย) แต่ที่สอบไปก็ไม่รู้ว่าจะได้ตรวจเมื่อไหร่ ถ้าการประท้วงยังไม่จบอะนะ
 
แต่ที่ขำคือข้อสอบที่เพิ่งทำไปเนี่ย คือข้อสอบปีเก่าเด๊ะ ๆ เลย - -" แต่ดันเป็นปีที่ไม่มีเฉลย ที่ทำไปก็เลยไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่า แต่ก็อะนะ ตอนเปิดข้อสอบมาตกใจ นึกว่าได้ข้อสอบผิดชุด - -"
 
ยังไม่ได้เล่าเลยว่าเค้าประท้วงเรื่องอะไร ก็คือทางอาจารย์เนี่ย อยากได้เงินเดือนเพิ่ม เค้าบอกประมาณว่าอาชีพนี้ได้รายได้น้อยกว่าอาชีพอื่น ๆ ฯลฯ (คือไม่ได้อ่านข่าวละเอียดอะ ไม่มีเวลา แหะ ๆ)
 
 
เค้าก็เลยประท้วงกันด้วยการไม่ตรวจข้อสอบ ไม่ตรวจงาน ฯลฯ ซึ่งก็จะส่งผลกระทบแน่ ๆ ต่อเด็กที่กำลังจะจบปีนี้ อาจจะทำให้เด็กต้องเรียนจบช้า
 
ข่าวล่าสุดบอกว่าทางมหาลัยเสนอให้เงินเดือนเพิ่ม 12.6% ในช่วงเวลา 3 ปี แต่ทาง AUT ก็ยังไม่ยอม บอกว่าอยากได้ประมาณ 25%
 
ให้ถามความเห็นเราเนี่ย ก็ยังกึ่ง ๆ กับเรื่องนี้อยู่นะ เพราะเราติดภาพกับเมืองไทย เหมือนกับเป็นความรู้สึกที่ติดมาว่าอาชีพอาจารย์เป็นอาชีพที่ต้องเสียสละ (เนื่องจากเงินเดือนไม่มากเทียบกับทำงานเอกชน) ก็เลยรู้สึกว่าคนที่จะมาเป็นอาจารย์ก็คือตั้งใจมาเป็น (เหมือนกับ take it for granted อะว่าเงินเดือนจะไม่เยอะ) แต่เราก็รู้สึกดีนะถ้าอาจารย์ในเมืองไทยจะได้เงินเดือนเพิ่ม
 
อ.เชาวดิษฐ์เคยบอกเราไว้ว่าอาชีพอาจารย์เหมือนกับเป็นตัวคูณอะ เพราะอาจารย์คนเดียวสอนลูกศิษย์ให้มีความรู้ได้มากมาย ในขณะที่อาชีพอื่น ๆ เป็นตัวบวก ทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อสังคม (อาจจะเขียนสื่อได้ไม่ดี แต่ประมาณนี้แหละ)
 
ปล. บล็อกนี้รีบเขียนไปหน่อย ยังไม่ได้คิดมากพอ อาจจะสื่อสิ่งที่คิดอยู่ได้ไม่ดีเท่าที่ควรนะ
28 เมษายน

สยามสแควร์ ณ ลีดส์

เมื่ออาทิตย์ก่อนตอนที่ไปเดินช็อปปิ้งกับแม่ ก็เข้าร้านนู้นร้านนี้จนมาเจอร้านขายพวกเครื่องประดับ เราก็เข้าไปดูพวกตุ้มหูกับแม่ ก็สวยดีอะมีหลากสไตล์ ดู ๆ ไป ก็บอกกับแม่ว่า เหมือนที่ขายในสยามเลย ลองหยิบมาดูคู่นึง ข้างหลังเขียนว่า Made in Thailand  เดาถูกจริง ๆ ด้วย แต่ราคาเนี่ยเล่นเอาเหนื่อย คู่นึง 5 ปอนด์ คูณเป็นเงินไทยก็ 350 บาท (จำได้ว่าที่สยามขายคู่ละ 50 นะ - -" )
 
ดูของอย่างอื่นในร้าน พวกเครื่องประดับและของกระจุกกระจิก มีมาจากอินเดียและประเทศอื่น ๆ นิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่ก็มาจากเมืองไทย ถ้าทำธุรกิจอย่างนี้ก็กำไรดีเหมือนกันนะ คิดดูว่าถ้าไปเหมามาจากจตุจักรคงได้ราคาถูกลงไปอีก ขายแค่คู่ละปอนด์ก็กำไรแล้ว
21 เมษายน

MRT vs. Tube vs. Metro vs. MTR

ไหน ๆ ก็ได้ไปนั่งรถไฟใต้ดินของลอนดอนกับปารีสมาแล้ว เอามาเขียนถึงหน่อยละกัน เริ่มจากลอนดอน
เป็นเมืองที่สายรถไฟใต้ดินพันกันยุ่งไปหมด แต่ก็ทำให้เวลาเดินทางไปไหนมาไหนค่อนข้างสะดวก ไม่ต้องเปลี่ยนขบวนหลายรอบ
 
เวลาจะขึ้นรถไฟใต้ดินในลอนดอน สิ่งที่ต้องรู้คือสายที่จะนั่งชื่ออะไร และวิ่งไปทิศไหน (เหนือ ใต้ ออก ตก) ตัวสถานีรถไฟใต้ดินก็จะค่อนข้างเก่า (ต้องเรียกเก่ามาก) เพราะว่าสร้างมาเป็นร้อยปีแล้ว (กี่ปีจริง ๆ ขี้เกียจเสิร์ชหาอะ) จริง ๆ บางสถานีมันก็ขึ้นมาอยู่บนดินนะ ก็ดีอะ ประหยัดค่าสร้าง
 
ตัวรถไฟก็เก่าพอประมาณ ไม่มีแอร์ มันก็ไม่แย่เท่าไหร่หรอกถ้าไม่ใช่หน้าร้อน คิดดูอยู่ลึกลงไปใต้ดินตั้งกี่สิบเมตร ถ้ารถไฟอยู่เฉย ๆ ไม่ได้วิ่ง อากาศก็ไม่ถ่ายเทเท่าไหร่ อีกอย่างนึง ไฟในรถไฟใต้ดินอังกฤษ เดี๋ยวก็ติดเดี๋ยวก็ดับ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร พ่อเราบอกว่าอาจเป็นเพราะรอยต่อระหว่างรางที่ใช้ส่งไฟ ตรงรอยต่อมันก็ไม่มีไฟไง ไฟเลยดับ แต่ตัวล้อรถยังมีแรงเฉื่อยวิ่งไปได้อยู่ จริงหรือเปล่าใครรู้ช่วยบอกที
 
 
 
ยังนึกไม่ออกว่าจะเขียนถึงอะไรอีก เอารถไฟใต้ดินในปารีสละกัน ประทับใจมาก 555 เพราะว่าต้องเปิด
ประตูเองเวลาจะขึ้นจะลงรถไฟ ไม่มีหรอกระบบอัตโนมัติ ต้องกดปุ่มให้เปิด ถ้ารถรุ่นเก่าหน่อยจะเป็นคันโยกเปิดประตู (แต่ไม่หนักนะ)
 
เรื่องประตูยังไม่เท่าไหร่ เอาตัวสถานีดีกว่า ความเก่าก็พอ ๆ กับในลอนดอน แต่ความสกปรกเนี่ยสุดยอด
เนื่องจากบริเวณชานชาลาจะมีคนจรจัดมาใช้อาศัยเป็นที่นอน (ก็มันอุ่นกว่านอนอยู่ข้างนอก) อ้อ เค้าไม่มี
เจ้าหน้าที่มาคอยเป่านกหวีดเวลาล้ำเส้นเหลืองหรอกนะ :D คนจรจัดก็เลยนอนได้ไม่มีคนไล่
 
ฝั่งที่เรานั่งรอรถอยู่ก็มีคนจรจัดนอนอยู่สองคน ซักพักก็มีเจ้าหน้าที่มาไล่ เค้าไล่กันได้น่ารักมากอะ ใช้คุย
ถ้าเป็นบ้านเราคงเอาตำรวจมาแล้วมั้ง แต่นี่เค้าใช้เจ้าหน้าที่มาคุย คุยกับคนแรกก่อน คนแรกก็ว่าง่ายยอม
ลุกออกไป พอเค้าลุกออกไปก็มีพนักงานทำความสะอาดเอาน้ำยาฆ่าเชื้อมาฉีดทำความสะอาดใหญ่เลย (กลิ่นแรงมาก)
 
แต่อีกคนเนี่ยสิ คุยตั้งนานก็ไม่ยอมไป โวยวายอยู่เป็นนาน (เกือบครึ่งชั่วโมงได้) กว่าจะยอมไป
 
นอกจากคนจรจัด ก็ยังมีคนเมา(ตอนกลางวันเนี่ยแหละ) เมาอย่างเดียวไม่พอ ตอนเรานั่งรอรถไฟอยู่กับแม่อยู่ดี ๆ เอ๊ะ ทำไมมันมีกลิ่นเหม็น ๆ มองไปฝั่งตรงข้าม มีคนเมาหนึ่งคนกำลังยืนฉี่อยู่  งงไปเลยอะดิ พอมีรถไฟมาเค้าก็ขึ้นไป (สงสัยไปนอนที่สถานีใหม่)
 
ใครไปปารีสก็ระวังตัวไว้นะ อย่าไปนั่งเก้าอี้ในสถานีรถไฟใต้ดินง่าย ๆ กรุณาดมกลิ่นดูก่อน 5555
 
 
รูป Metro สถานีนี้ดูใหม่จัง :D
 
ยังไม่ได้พูดถึงระบบของปารีสเลย ก็มีรถไฟใต้ดินเยอะดีอะ แต่ไปบางที่ก็ต้องเปลี่ยนรถ 2 รอบ อ้อ ที่นี่
ตอนออกไม่ต้องเสียบตั๋วอะ ตั๋วใช้แค่ตอนเข้าสถานี ส่วนเส้นทางรถไฟใต้ดินของปารีสเค้าจะเรียกเป็น
เบอร์กับสี แต่ละเบอร์จะมีสีประจำ แต่มันจะไม่บอกเหมือนลอนดอนว่า northbound, southbound ต้อง
จำชื่อสถานีปลายทางเอา ชื่อมันก็ภาษาฝรั่งเศสอะนะ อาจจะจำยากหน่อย (อันนี้ก็เรียกว่าเหมือนของ
เมืองไทยแหละ)
 
แถมรถไฟใต้ดินในฮ่องกงอีกอัน ที่ฮ่องกงก็สะอาดและขึ้นง่ายหลงยาก (ก็เมืองมันเล็กนิดเดียวเอง) ชอบเวลาเค้าประกาศในรถไฟใต้ดินอะ ประกาศที 3 ภาษา จีนกลาง อังกฤษ จีนกวางตุ้ง (เดิมฮ่องกงใช้ภาษากวางตุ้งและอังกฤษ เพิ่งมาเพิ่มจีนกลางตอนกลับไปเป็นของจีน)
 
เปรียบเทียบราคากันหน่อย เริ่มจากอังกฤษ แพงหูฉี่เลย นั่งเที่ยวเดียวเอาแค่ zone 1 ถูกสุดก็ 3 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยได้ 210 บาท - -" แต่ถ้าใช้ Oyster (บัตร RFID อะ) เหลือ 1.5 ปอนด์
ส่วนในปารีสก็เรียกได้ว่าพอ ๆ กับกรุงเทพฯ นะ เราซื้อบัตรแบบ 10 เที่ยว ตกเที่ยวละ 1.07 ยูโร ก็ 50 กว่า
บาท
ฮ่องกงก็ไม่แพงอะ ราคาประมาณขึ้นรถเมล์เมืองไทย (ในหน่วยดอลล่าร์ฮ่องกง) ก็แค่คูณ 5 เข้าไปเอง
 
ที่ไปเที่ยวปารีส (ออกนอกเกาะอังกฤษ) ก็เลยทำให้ได้รู้ว่ายุโรปใช่ว่าจะแพงไปซะหมด (อยู่อังกฤษซะชินเลยเอาอังกฤษเป็นมาตรฐาน) จริง ๆ ก็มีแต่อังกฤษน่ะแหละที่ค่าครองชีพแพง
 
สรุปแล้วรถไฟใต้ดินกับรถไฟฟ้าเมืองไทยเนี่ยแหละ สะอาดและดูดี (ก็สร้างหลังเค้าตั้งนานก็ต้องทำให้ดี
สิเนอะ)
 
ปล. MRT (Mass Rapid Transit) มาจากชื่อเต็ม MRTA : Mass Rapid Transit Authority หมายถึงรถไฟใต้ดินในกรุงเทพฯ ต่างกับของฮ่องกงนิดเดียว ฮ่องกงเรียก MTR
  สัญลักษณ์ MTR ของฮ่องกง
  อันนี้ tube (underground) ของลอนดอน
  
ทางลง Metro ของปารีส (ไม่ได้หน้าตาอย่างงี้ทุกอันหรอกนะ)
  อันนี้ของกรุงเทพมหานคร
  อะแถม
09 มีนาคม

UEFA Champions League Anthem

 
 
เผอิญเปิดทีวี(ในเนท)ไปเจอช่องสามกำลังจะถ่ายทอดสดฟุตบอล ได้ยินเพลงเปิดก่อนถ่ายทอดสดยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกพอดี รู้สึกคุ้น ๆ เพราะมันเป็นเพลงเดียวกับที่ได้ยินสมัย 9 ปีก่อนที่เรายังดูบอลอยู่ :)
 
เกิดสงสัยว่าใครเป็นคนร้อง ทำไมถึงได้อยู่ยงคงกระพันอย่างนี้ ไปค้นมาได้ว่าเพลงนี้แต่งโดย Tony Britten บรรเลงโดย The Royal Philharmonic Orchestra ขับร้องโดย the Chorus of the Academy of St. Martin in the Fields
 
Wikipedia ยังมีเนื้อเพลงให้ด้วย
Ce sont les meilleures équipes
Es sind die allerbesten Mannschaften
The main event
Die Meister
Die Besten
Les grandes équipes
The champions

Une grande réunion
Eine grosse sportliche Veranstaltung
The main event
Ils sont les meilleurs
Sie sind die Besten
These are the champions
Die Meister
Die Besten
Les grandes équipes
The champions

Die Meister
Die Besten
Les grandes équipes
The champions
 ก็เป็นเพลงมี 3 ภาษา ได้แก่ฝรั่งเศส เยอรมัน และอังกฤษ ดูคร่าว ๆ มันก็เป็นคำแปลของกันและกันอยู่แล้ว มีสองประโยคแรกที่แปลเป็นอังกฤษได้ว่า These are the best football teams. ส่วนท่อนที่เราจะฟังติดหูอยู่บ่อย ๆ ก็คือท่อนที่เป็นตัวหนานั่นเอง
 
ใครอยากร้องตามลองที่ลิงค์นี้
 
 
03 กุมภาพันธ์

Endless Love : The Myth OST

无尽的爱  (Endless Love)

歌手:成龙/金喜善 专辑:电影神话原声带

(Jackie Chan/Kim Hee Seon: The Myth OST)

 

JC:

jiě kāi wǒ zuì shén mì de děng dài

xīng xīng zhuì luò fēng zài chuī dòng

怀

zhōng yú zài jiāng nǐ yǒng rù huái zhōng

liǎng kē xīn chàn dǒu

xiāng xìn wǒ bù biàn de zhēn xīn

qiān nián děng dài yǒu wǒ chéng nuò

wú lùn jīng guò duō shǎo de hán dōng

wǒ jué bù fàng shǒu

 

Kim:

yǐ cái nǎ yē shǎo nà ér qià kǔ nǔ lù kǎ mā yòu

wú lǐ chā làng hǎi dòu nǎ yòu sān gāng kāi ba yòu

wú lǐ nǎo mù chā làng hǎi shǎo

a pà shào nǎi yòu

shǎo lù chā làng hā dá mā yòu méi tài shào nǎi yòu

 

JC:

穿

měi yī yè bèi xīn tòng chuān yuè

sī niàn yǒng méi yǒu zhōng diǎn

zǎo xí guàn le gū dú xiàng suí

wǒ wéi xiào miàn duì

xiāng xìn wǒ wǒ xuǎn zé děng dài

zài duō kǔ tòng yě bù shǎn duǒ

zhī yǒu nǐ de wēn róu néng jiě jiù

wú biān de lěng mò

 

Kim:

yǐ cái nǎ yē shǎo nà ér qià kǔ nǔ lù kǎ mā yòu

wú lǐ chā làng hǎi dòu nǎ yòu sān gāng kāi ba yòu

wú lǐ nǎo mù chā làng hǎi shǎo

a pà shào nǎi yòu

shǎo lù chā làng hā dá mā yòu méi tài shào nǎi yòu

 

JC and Kim:

ràng ài chéng wéi nǐ wǒ xīn zhōng

nǎ yǒng yuǎn shèng kāi de huā

穿

chuān yuè shí kōng jué bù dī tóu yǒng bù fàng qì de mèng

 

Kim:

wú lǐ nǎo mù chā làng hǎi shǎo

a pà shào nǎi yòu

shǎo lù chā làng hā dá mā yòu méi tài shào nǎi yòu

 

JC and Kim:

ràng ài chéng wéi nǐ wǒ xīn zhōng

nǎ yǒng yuǎn shèng kāi de huā

 

Kim:

wú lǐ shǎo jiù hǎi dòu nǎ shǎo yǐ jí nǎ mā lā yòu

 

JC and Kim:

wéi yǒu zhēn ài zhuī suí nǐ wǒ

穿

chuān yuè wú jìn shí kōng

 

Kim:

shǎo lù chā làng hā dá mā yòu méi tài shào nǎi yòu

 

JC:

ài shì xīn zhōng wéi yī bù biàn měi lì de shén huà

 

Translation

JC:
Release me from this mysterious waiting
The stars are falling; the wind is blowing.
Finally I can hold you in my arms.
Two hearts beating together.
Believe me that my heart is never-changing
Waiting a thousand years.
You have my promise.
Despite many bitter winters, I never let you go.

Kim1:
Close your eyes and tightly grab my hands.
]Please recall the past - the days we were in love.
We loved each other too much,
It is sorrowful that we can't even say "I love you."

JC2:
Every night my heart aches.
I never stop thinking of you.
I am used to being alone for such a long time
And I face it with a smile.
Believe me, I choose to wait.
Even though it's painful, I won't leave.
Only your tenderness can save me from the endless cold.

Kim2:
Close your eyes and tightly grab my hands.
Please recall the past - the days we were in love.
We loved each other too much,
It is sorrowful that we can't even say "I love you."

JC and Kim1:
Let love be a blossoming flower in our hearts.
We can pass through time, never bowing our heads,
And never giving up our dream.

Kim:
We loved each other too much,
That is the source of our pain.
It is sorrowful that we can't even say "I love you."

JC and Kim:
Let love be a blossoming flower in our hearts.
We can pass through time, never bowing our heads,
And never giving up our dream.

Kim (in Korean) and JC (in Chinese:
We never forget our promise.

Kim and JC:
Only true love follows us as we pass through time.

Kim:
We can't even say "I love you."

JC:
The love we have in our hearts is the only never-changing myth.

02 กุมภาพันธ์

หัดคิดเลข

วันก่อนคุยเล่นกับเฟอร์เรื่องตัวเลข 73000 x 10^6 ได้บทเรียนคณิตศาสตร์มาหลายบท
 
บทที่ 1
73 เป็นจำนวนเฉพาะ (ภาษาอังกฤษเรียกว่า prime minister เอ๊ย prime number) เอาเลขอื่น(ยกเว้นตัวมันเอง)มาหารจะไม่ลงตัว แล้วถ้าลองคูณดูล่ะ เราก็ไม่เคยท่องสูตรคูณกันถึงแม่ 73 เดี๋ยวจะลองคูณเล่น ๆ ละกัน
73 x 1 = 73   ให้เท่ากับ A
73 x 2 = 146 = 2A
73 x 3 = 219
...
อย่าลืมว่าตัวเลขที่เราสนใจมี 10^6 คูณด้วย เพราะฉะนั้น 2Ax10^6 ก็จะอ่านได้ว่า "หนึ่งแสนสี่หมื่นหกพันล้าน"

ขอนอกเรื่องนิดนึง ว่าด้วยเรื่องดอกเบี้ย เด็ก ๆ มีเงินค่าขนมเหลือก็เอาไปฝากธนาคาร ได้ดอกเบี้ยมานิด ๆ หน่อย ๆ ก็ดีใจ พอโตขึ้นพอจะคิดนู่นคิดนี่ออก ก็อยากหาวิธีที่ทำให้เงินเก็บที่เรามีงอกเงยมากขึ้น เอาเงินไปลงทุน A บาท ก็ต้องอยากได้ผลตอบแทนที่มากกว่า A (คิดต่อเอาเองละกัน)
 
บทที่ 2
ถ้าเราเอา 65x10^6 เป็นตัวหาร แล้วให้ 73000x10^6 เป็นตัวตั้ง 10^6 ก็จะตัดกัน เหลือแค่ 73000/65 ประมาณเท่ากับ 1123
 
คำถามท้ายบท
สมมติว่าประชากรประเทศ ก ที่มีอายุเกิน 18 มีจำนวน 75% ของประชากรทั้งหมด
73000x10^6 หารด้วยจำนวนประชากรที่มีอายุเกิน 18 ปีมีค่าเท่ากับเท่าไหร่ (จงแสดงวิธีทำ)
 
ปล. หกสิบห้าล้านเป็นตัวเลขที่บังเอิญประมาณเท่ากับจำนวนประชากรไทย มิได้มีเจตนาชี้นำใด ๆ ทั้งสิ้น
ปล.2 เวลาทำการบ้านเลข อย่าลืมเขียนคำว่าตอบพร้อมขีดเส้นใต้สองเส้น เขียนคำตอบเป็นเลขไทย และอย่าลืมใส่หน่วยด้วย