| Fon's profileFon: Wisdom shall lead t...PhotosBlogLists | Help |
|
April 21 MRT vs. Tube vs. Metro vs. MTRไหน ๆ ก็ได้ไปนั่งรถไฟใต้ดินของลอนดอนกับปารีสมาแล้ว เอามาเขียนถึงหน่อยละกัน เริ่มจากลอนดอน
เป็นเมืองที่สายรถไฟใต้ดินพันกันยุ่งไปหมด แต่ก็ทำให้เวลาเดินทางไปไหนมาไหนค่อนข้างสะดวก ไม่ต้องเปลี่ยนขบวนหลายรอบ
เวลาจะขึ้นรถไฟใต้ดินในลอนดอน สิ่งที่ต้องรู้คือสายที่จะนั่งชื่ออะไร และวิ่งไปทิศไหน (เหนือ ใต้ ออก ตก) ตัวสถานีรถไฟใต้ดินก็จะค่อนข้างเก่า (ต้องเรียกเก่ามาก) เพราะว่าสร้างมาเป็นร้อยปีแล้ว (กี่ปีจริง ๆ ขี้เกียจเสิร์ชหาอะ) จริง ๆ บางสถานีมันก็ขึ้นมาอยู่บนดินนะ ก็ดีอะ ประหยัดค่าสร้าง
ตัวรถไฟก็เก่าพอประมาณ ไม่มีแอร์ มันก็ไม่แย่เท่าไหร่หรอกถ้าไม่ใช่หน้าร้อน คิดดูอยู่ลึกลงไปใต้ดินตั้งกี่สิบเมตร ถ้ารถไฟอยู่เฉย ๆ ไม่ได้วิ่ง อากาศก็ไม่ถ่ายเทเท่าไหร่ อีกอย่างนึง ไฟในรถไฟใต้ดินอังกฤษ เดี๋ยวก็ติดเดี๋ยวก็ดับ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร พ่อเราบอกว่าอาจเป็นเพราะรอยต่อระหว่างรางที่ใช้ส่งไฟ ตรงรอยต่อมันก็ไม่มีไฟไง ไฟเลยดับ แต่ตัวล้อรถยังมีแรงเฉื่อยวิ่งไปได้อยู่ จริงหรือเปล่าใครรู้ช่วยบอกที
![]() ยังนึกไม่ออกว่าจะเขียนถึงอะไรอีก เอารถไฟใต้ดินในปารีสละกัน ประทับใจมาก 555 เพราะว่าต้องเปิด
ประตูเองเวลาจะขึ้นจะลงรถไฟ ไม่มีหรอกระบบอัตโนมัติ ต้องกดปุ่มให้เปิด ถ้ารถรุ่นเก่าหน่อยจะเป็นคันโยกเปิดประตู (แต่ไม่หนักนะ)
เรื่องประตูยังไม่เท่าไหร่ เอาตัวสถานีดีกว่า ความเก่าก็พอ ๆ กับในลอนดอน แต่ความสกปรกเนี่ยสุดยอด
เนื่องจากบริเวณชานชาลาจะมีคนจรจัดมาใช้อาศัยเป็นที่นอน (ก็มันอุ่นกว่านอนอยู่ข้างนอก) อ้อ เค้าไม่มี
เจ้าหน้าที่มาคอยเป่านกหวีดเวลาล้ำเส้นเหลืองหรอกนะ :D คนจรจัดก็เลยนอนได้ไม่มีคนไล่
ฝั่งที่เรานั่งรอรถอยู่ก็มีคนจรจัดนอนอยู่สองคน ซักพักก็มีเจ้าหน้าที่มาไล่ เค้าไล่กันได้น่ารักมากอะ ใช้คุย
ถ้าเป็นบ้านเราคงเอาตำรวจมาแล้วมั้ง แต่นี่เค้าใช้เจ้าหน้าที่มาคุย คุยกับคนแรกก่อน คนแรกก็ว่าง่ายยอม
ลุกออกไป พอเค้าลุกออกไปก็มีพนักงานทำความสะอาดเอาน้ำยาฆ่าเชื้อมาฉีดทำความสะอาดใหญ่เลย (กลิ่นแรงมาก)
แต่อีกคนเนี่ยสิ คุยตั้งนานก็ไม่ยอมไป โวยวายอยู่เป็นนาน (เกือบครึ่งชั่วโมงได้) กว่าจะยอมไป
นอกจากคนจรจัด ก็ยังมีคนเมา(ตอนกลางวันเนี่ยแหละ) เมาอย่างเดียวไม่พอ ตอนเรานั่งรอรถไฟอยู่กับแม่อยู่ดี ๆ เอ๊ะ ทำไมมันมีกลิ่นเหม็น ๆ มองไปฝั่งตรงข้าม มีคนเมาหนึ่งคนกำลังยืนฉี่อยู่
ใครไปปารีสก็ระวังตัวไว้นะ อย่าไปนั่งเก้าอี้ในสถานีรถไฟใต้ดินง่าย ๆ กรุณาดมกลิ่นดูก่อน 5555
รูป Metro สถานีนี้ดูใหม่จัง :D
ยังไม่ได้พูดถึงระบบของปารีสเลย ก็มีรถไฟใต้ดินเยอะดีอะ แต่ไปบางที่ก็ต้องเปลี่ยนรถ 2 รอบ อ้อ ที่นี่
ตอนออกไม่ต้องเสียบตั๋วอะ ตั๋วใช้แค่ตอนเข้าสถานี ส่วนเส้นทางรถไฟใต้ดินของปารีสเค้าจะเรียกเป็น
เบอร์กับสี แต่ละเบอร์จะมีสีประจำ แต่มันจะไม่บอกเหมือนลอนดอนว่า northbound, southbound ต้อง
จำชื่อสถานีปลายทางเอา ชื่อมันก็ภาษาฝรั่งเศสอะนะ อาจจะจำยากหน่อย (อันนี้ก็เรียกว่าเหมือนของ
เมืองไทยแหละ)
แถมรถไฟใต้ดินในฮ่องกงอีกอัน ที่ฮ่องกงก็สะอาดและขึ้นง่ายหลงยาก (ก็เมืองมันเล็กนิดเดียวเอง) ชอบเวลาเค้าประกาศในรถไฟใต้ดินอะ ประกาศที 3 ภาษา จีนกลาง อังกฤษ จีนกวางตุ้ง (เดิมฮ่องกงใช้ภาษากวางตุ้งและอังกฤษ เพิ่งมาเพิ่มจีนกลางตอนกลับไปเป็นของจีน)
เปรียบเทียบราคากันหน่อย เริ่มจากอังกฤษ แพงหูฉี่เลย นั่งเที่ยวเดียวเอาแค่ zone 1 ถูกสุดก็ 3 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยได้ 210 บาท - -" แต่ถ้าใช้ Oyster (บัตร RFID อะ) เหลือ 1.5 ปอนด์
ส่วนในปารีสก็เรียกได้ว่าพอ ๆ กับกรุงเทพฯ นะ เราซื้อบัตรแบบ 10 เที่ยว ตกเที่ยวละ 1.07 ยูโร ก็ 50 กว่าบาท ฮ่องกงก็ไม่แพงอะ ราคาประมาณขึ้นรถเมล์เมืองไทย (ในหน่วยดอลล่าร์ฮ่องกง) ก็แค่คูณ 5 เข้าไปเอง
ที่ไปเที่ยวปารีส (ออกนอกเกาะอังกฤษ) ก็เลยทำให้ได้รู้ว่ายุโรปใช่ว่าจะแพงไปซะหมด (อยู่อังกฤษซะชินเลยเอาอังกฤษเป็นมาตรฐาน) จริง ๆ ก็มีแต่อังกฤษน่ะแหละที่ค่าครองชีพแพง
สรุปแล้วรถไฟใต้ดินกับรถไฟฟ้าเมืองไทยเนี่ยแหละ สะอาดและดูดี (ก็สร้างหลังเค้าตั้งนานก็ต้องทำให้ดี
สิเนอะ)
ปล. MRT (Mass Rapid Transit) มาจากชื่อเต็ม MRTA : Mass Rapid Transit Authority หมายถึงรถไฟใต้ดินในกรุงเทพฯ ต่างกับของฮ่องกงนิดเดียว ฮ่องกงเรียก MTR
อันนี้ tube (underground) ของลอนดอน ทางลง Metro ของปารีส (ไม่ได้หน้าตาอย่างงี้ทุกอันหรอกนะ)
อันนี้ของกรุงเทพมหานคร อะแถม Comments (4)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://fon85.spaces.live.com/blog/cns!74E84A1293127723!805.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|